|
ฤาษีผู้เมตตาสัตว์
เมื่อสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ที่พระเชตวนารามได้ทรงแสดง เพราะทรงปรารภพราหมณ์
ผู้สมบูรณ์ด้วยข้อวัตรคนหนึ่ง
มีเรื่องปรากฏมาว่า พราหมณ์ คนนั้นเป็นชาวกรุงสาวัตถี มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ได้ออกบรรพชาอุปสมบทแล้วก็ตั้งใจบำเพ็ญข้อวัตรต่างๆ จนเป็นที่เลื่อมใส คนทั้งหลายจึงพร้อมใจกันถวายภัตตาหาร วันละ ๕๐๐ สำรับ ภิกษุอื่นก็พลอยอาศัยภัตตาหารภิกษุรูปนั้นด้วย
อยู่มาวันหนึ่งภิกษุทั้งหลายได้ประชุมสนทนากันถึงเรื่องนั้นในธรรมสภา
เมื่อสมเด็จพระบรมศาสดา ได้ทรงสดับ จึงเสด็จไปประทับที่ธรรมสภาแล้วทรงแสดง
เรื่องอดีตต่อไปว่า
ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตได้ดำรงสิริราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี มีพราหมณ์คนหนึ่งออกบวชเป็นฤาษี อยู่ในเชิงเขาป่าหิมพานต์
มีหมู่ฤาษี ๕๐๐ เป็นบริวาร เมื่อถึงฤดูแล้ง น้ำในที่ต่างๆ แห้งไปหมด สัตว์ดิรัจฉานลำบากด้วยขาดน้ำ
ฤาษีตนหนึ่งจึงโค่นต้นไม้ต้นหนึ่งลง ทำเป็นรางไขน้ำ เข้ารางให้เป็นทานแก่สัตว์
สัตว์ก็ได้มาประชุมดื่มน้ำเป็นจำนวนมาก จนฤาษีตนนั้นไม่มีโอกาสที่จะแสวงหาอาหาร
เพราะมัวแต่ไขน้ำให้ทาน
สัตว์ทั้งหลายได้ประชุมปรึกษากันว่า ตั้งแต่วันนี้ไปเมื่อใครจะไปดื่มน้ำ
ให้หาผลไม้มาถวายฤาษีตนนี้ ตามกำลังของตน ตั้งแต่วันนั้นมา ในวันหนึ่งๆ จึงมีจำนวนผลไม้ที่สัตว์นำมามากกว่า
๒ เล่มเกวียน ฤาษีทั้งหลายก็ได้พลอยอาศัยบริโภค ไม่ต้องไปแสวงหาผลไม้ในป่าเหมือนที่เคยมา
ฝ่ายฤาษีผู้เป็นอาจารย์เห็นอัศจรรย์ดังนั้น จึงสรรเสริญความเพียรให้ฤาษีทั้งหลายฟังว่า
บุรุษผู้เป็นบัณฑิตควรพากเพียรไป ไม่ควรเบื่อหน่าย ความเพียร จงดูผลแห่งความพากเพียรเถิด ผลไม้ทั้งหลายมีมะม่วงเป็นต้น ที่ฤาษีทั้ง ๕๐๐ ได้บริโภคนี้ ล้วนแต่เป็นผลแห่ง
ความเพียร
ครั้นสมเด็จพระบรมศาสดาทรงแสดงเรื่องอดีตอย่างนี้แล้ว จึงทรงประชุมชาดกว่า
ฤาษี ตน ที่มีข้อ
วัตรปฏิบัติดี และมีความพากเพียร ให้น้ำเป็นทานแก่สัตว์ดิรัจฉานนั้น
ได้เกิดมาเป็น ภิกษุรูปนี้ ส่วน ฤาษีผู้เป็นอาจารย์ ได้เกิดมาเป็นเรา ตถาคต
นี้แล
ในชาดกนี้ ชี้ให้เห็นผลแห่งความเพียร
และความเมตตากรุณาแก่ผู้อื่นว่า บุคคลมีความเพียร ช่วยทุกข์ผู้อื่นได้มากเพียงใด
ตนก็ได้รับความสุขมากเพียงนั้น อีกประการหนึ่ง ถ้าพากเพียรเพื่อ
ช่วยทุกข์ของตนอย่างเดียว ตนก็ต้องได้พ้นทุกข์เป็นแน่นอน จึงมีคำสอนไว้ว่า
ให้บุคคลพากเพียรไปเถิด อย่าทอดทิ้งความเพียรเสียเลย
|