ขอเชิญชวนทำ และบริจาค “ป้ายคติธรรม”
“คติธรรม”เป็นเครื่องเตือนใจ แก่ผู้ที่ได้พบเห็น
“คติธรรม”เพียงหนึ่งเดียว อาจจะสะดุดใจ ให้ใครบางคน สามารถพลิกชีวิตของเขาให้สว่างรุ่งโรจน์ก็ได้
อยากให้บ้านเมืองของเราเต็มไปด้วย “ป้ายคติธรรม” ไม่ว่าจะเป็นที่ บ้าน หมู่บ้านจัดสรร บริษัทห้างร้าน ห้างสรรพสินค้า โรงงาน โรงเรียน วัด (รวมทั้ง สุเหร่า โบสถ์คริสต์  หรือ สถานปฏิบัติธรรม และ ศาสนาสถานต่าง ๆ) สถานที่ราชการ ที่เสาไฟฟ้า หรือ ตามต้นไม้ สวนสาธารณะต่าง ๆ ไม่ว่าในเขตรับผิดชอบ ของกรุงเทพมหานคร (เขตต่างๆ ) เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล ( อำเภอ จังหวัดต่าง ๆ) ทางหลวงจังหวัด ทางหลวงชนบท สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ  กระทรวงทบวงกรมกองต่าง ๆ ทั้งฝ่ายพลเรือนและทหาร ฯลฯ
กองทุนป้ายคติธรรม มูลนิธิโลกทิพย์ จึงเชิญชวนให้ช่วยกันทำ “ป้ายคติธรรม”ในสถานที่ต่าง ๆ ในความรับผิดชอบของตน
และสำหรับผู้ที่ประสงค์จะบริจาค ปัจจัย หรือ บริจาค “ป้ายคติธรรม”ที่ตนชอบ โดยอาจทำจากวัสดุที่หาง่าย ถูก หรือ ดัดแปลงจากของใช้เก่า ๆ หรือที่ไม่ใช้แล้ว
ขอเชิญบริจาคได้ที่ นิตยสารโลกทิพย์ นิตยสารโลกลี้ลับ เลขที่ ๔๘๓/๑๑-๑๒ ถนนประชาสงเคราะห์ ซอย ๒ (ซอยสุทธิพร ต่อเนื่อง ซอยสถานทูตจีน) ดินแดง กทม. ๑๐๔๐๐โทร. ๐-๒๒๔๘-๓๒๙๑-๓
หรือที่ ศูนย์ปฏิบัติธรรม มูลนิธิโลกทิพย์ ๑ เลขที่ ๗๗๗ ถนนประชาสงเคราะห์ ซอย ๒ (ซอยสุทธิพร ต่อเนื่อง ซอยสถานทูตจีน) ดินแดง กทม. ๑๐๔๐๐ โทร. ๐-๒๒๔๘-๓๒๙๑-๓

คติธรรม

ทำดี นั้น ดี แต่ อวดดี นั้น ไม่ดี

ความดี ควรทำ ความชั่ว ไม่ควรทำ

ทำดี ได้ดี ทำชั่ว ได้ชั่ว

ใจดี คือ ใจที่มีปัญญา

ใจ มีปัญญา ใจ ก็ไม่หยาบ

ใจ เป็นนาย กาย และ วาจา เป็นบ่าว

ใจ สั่งอย่างไร กาย ก็ทำอย่างนั้น วาจา ก็พูดอย่างนั้น

ใจ ที่ยังหยาบอยู่ กาย และ วาจา ก็ หยาบ

กาย และ วาจา ที่หยาบ จึงกระทำผิดศีล พูด ผิดศีล

การผิดศีล คือ การสร้าง เจ้ากรรมนายเวร

คนมีเจ้ากรรมนายเวรเยอะ ย่อมเดือดร้อน ไม่เป็นสุข ชีวิตมีแต่ปัญหา แล้วจะหาความสุข มาแต่ไหน

จงทำดี
ให้ใส่บาตรเป็นประจำ
จงให้ทานสม่ำเสมอ
จงช่วยเหลือพ่อแม่
จงช่วยเหลือผู้อื่น
จงดูแลพ่อแม่

จงเว้นชั่ว
ไม่ฆ่า ไม่ทำร้าย ไม่เบียดเบียน
ไม่ลักทรัพย์  ไม่โกง ไม่เอาเปรียบ
ไม่เจ้าชู้ ไม่มักมากในกาม
ไม่พูดโกหก
ไม่พูดคำหยาบ
ไม่พูดนินทา
ไม่พูดเพ้อเจ้อ
ไม่พูดส่อเสียด

จงทำใจให้ผ่องใส
จงสวดมนต์เป็นประจำ
จงทำสมาธิเป็นประจำ
จงภาวนาพิจารณาธรรมะบ่อย ๆ

จงศึกษาธรรมะ
ให้พิจารณาความทุกข์
ให้พิจารณาเหตุให้เกิดทุกข์
ให้ปฏิบัติตามวิธีดับทุกข์
ให้รู้จักความดับทุกข์

ให้รู้จักหักห้ามใจ
ไม่โกรธ
ไม่หงุดหงิด
ไม่งุ่นง่าน
ไม่หลงเกม
ไม่หลงทีวี
ไม่หลงสุข

อยากมาก ทุกข์มาก
อยากน้อย ทุกข์น้อย
ไม่อยาก ไม่ทุกข์
กินมาก อ้วนมาก ตายเร็ว
กินพอดี อายุยืน

ใจดี คือ ใจ ที่มีปัญญา
ใจดี การกระทำ ก็จะดี
ใจดี คำพูด ก็จะดี
การกระทำไม่ดี คือ ผิดศีล
เป็นการสร้างเจ้ากรรมนายเวร
พูดไม่ดี เป็น การสร้างเจ้ากรรมนายเวร
คนมีเจ้ากรรมนายเวรเยอะ ไม่มีคนไหนที่ดวงดี

เทพ พรหม มนุษย์ สัตว์ วิญญาณ เชื้อโรค
เป็นเจ้ากรรมนายเวร ได้ทั้งนั้น

เรามีกรรมเป็นของตน
เรามีกรรมเป็นผู้ให้ผล
เรามีกรรมเป็นแดนเกิด
เรามีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์
เรามีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย
เราจักทำกรรมอันใดไว้
เป็นบุญ หรือ เป็นบาป
เราจักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น

เราต้องแก่ เป็นธรรมดา
เราต้องเจ็บไข้ เป็นธรรมดา
เราต้องตาย เป็นธรรมดา
เราต้องพลัดพรากจากสิ่งที่รัก เป็นธรรมดา

การเกิดมา เป็นทุกข์
การดำรงชีวิต เป็นทุกข์
การแก่ เป็นทุกข์
การเจ็บไข้ เป็นทุกข์
การตาย เป็นทุกข์
การพลัดพรากจากสิ่งที่รัก เป็นทุกข์
การพบกับสิ่งไม่ชอบ เป็นทุกข์
ปรารถนาแล้วไม่ได้ เป็นทุกข์
ปรารถนาแล้วได้ ก็มีทุกข์อื่นตามมา

การยึดมั่น ในรูปทั้งหลาย เป็นทุกข์
การยึดมั่น ในเวทนาทั้งปวง เป็นทุกข์
การยึดมั่น ในอดีตทั้งปวง เป็นทุกข์
การปรุงแต่ง ไปในอนาคต เป็นทุกข์
การเพ้อฝัน เป็นทุกข์

สรรพสิ่งเปลี่ยนไป ตามเหตุตามปัจจัย
ทุกข์ที่กำลังเป็นอยู่นี้ ถ้าเปลี่ยนเหตุเปลี่ยนปัจจัย ทุกข์นั้นก็ดับ
สุขที่มีอยู่ หมดสิ้นได้ เมื่อเหตุปัจจัยเปลี่ยน
มีจุดเริ่มต้น ต้องมีจุดสุดท้าย
เพราะเหตุนั้น อย่ายึดมั่น ในสิ่งทั้งปวง
สิ่งทั้งหลายต้องเปลี่ยนไป เป็นเรื่องธรรมดา
สิ่งทั้งหลาย ทนอยู่เช่นเดิมไม่ได้ เพราะธรรมชาติมันเป็นเช่นนั้นเอง
ไม่มีใครคนไหน บังคับให้สิ่งทั้งปวง อยู่ใต้อำนาจแห่งตนได้ตลอดไป

ฯลฯ

คติธรรม

• การทำความดี มีได้ทุกโอกาส ความประมาททำให้พลาดจากความดี
• ความดี ให้ความอิ่มใจในเบื้องหลัง ให้ความสมหวังในเบื้องหน้า
• ความชั่ว ให้ความขุ่นใจในเบื้องหลัง ให้ความผิดหวังในเบื้องหน้า
• ถ้าเมตตาเกินประมาณ จะพบคนพาลทั่วเมือง
• ไม่ยินดีในสิ่งที่ตนได้ ไม่พอใจในสิ่งที่ตนมี เป็นคนอาภัพอับโชคที่สุด
• ถ้ากล้าจนเกินงาม จะพบกับความเดือดร้อน
• มัวเมาในสิ่งที่ตนเองได้ หลงใหลในสิ่งที่ตนมี คือการสร้างเรือนจำขังตัวเอง
• ถ้าทำมักง่าย จะวุ่นวายภายหลัง
• ถ้าทำใจร้อน จะร้อนใจภายหลัง
• เห็นโทษในสิ่งที่ตนได้ เห็นภัยในสิ่งที่ตนมี คือความเป็นอิสระในโลก
• ถ้าเห็นแก่ได้ จะเสียใจภายหลัง
• ถ้าเห็นแก่กิน จะถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม
• ถ้าพูดพล่อย ๆ จะเสื่อมถอยความนับถือ
• ถ้าสบายเมื่อหนุ่ม จะกลุ้มใจเมื่อแก่
• ถ้าทำตามใจชอบ จะได้รับสิ่งที่ไม่ชอบใจ
• ถ้าทำบาปแลกบุญ จะขาดทุนเรื่อยไป
• ถ้าเห็นแก่ธรรม สุขเลิศล้ำตลอดกาล
• คนที่ไม่รักษาเวลา คือคนฆ่าตัวเอง
• อดีตคือความฝัน ปัจจุบันคือภาพมายา อนาคตคือความไม่แน่นอน
• ไม่มีอะไรเป็นของเรา แม้แต่ตัวของเราเอง
• โกรธคนอื่น เหมือนจุดไฟเผาตัวเอง
• เมตตาคนอื่น เหมือนสร้างบ้านให้ตัวเอง
• อย่าระแวงคนอื่น ยิ่งกว่าระวังตัวเอง
• ชีวิตไม่พอกับตัณหา เวลาไม่พอกับความต้องการ
• ที่พักครั้งสุดท้ายของชีวิต คือป่าช้า
• ถ้าทำตัวแข่งกับสังคม ความล่มจมจะตามมา
• ถ้าทำงานเห็นแก่หน้า จะพบกับปัญหาเรื่อยไป
• ถ้าทำตัวเห็นแก่ได้ อย่าหวังน้ำใจจากเพื่อนฝูง
• ถ้ากลัวเกินไป จะทำอะไรไม่สำเร็จ
• ยินดีในสิ่งที่ตนได้ พอใจในสิ่งที่ตนมี เป็นคนโชคดีที่สุด
• ถ้าขาดความพอดี จะเป็นหนี้ตลอดกาล
• ถ้าหวังแต่ความสนุก จะพบความทุกข์มหันต์
• ถ้าขาดความยั้งคิด ชีวิตจะหมดความหมาย
• ถ้าทำใจให้สงบ จะพบกับความสุขเยือกเย็น
• ถ้ามีความพอดี จะเป็นเศรษฐีในเรือนยาจก
• ถ้ามีแต่ความงก จะเป็นยาจกในเรือนเศรษฐี
• ถ้ามีเมตตาจิต จะมีญาติมิตรทั่วบ้าน
• จงพอใจในชีวิตของตัวเอง โดยมิต้องไปเปรียบเทียบชีวิตของผู้อื่น
• ถ้าคิดถึงแต่ความหลัง จะพบรังแห่งความเศร้า
• ถ้ามีแต่ความมัวเมา จะพบความปวดร้าวภายหลัง
• ถ้าทำดีเพื่อเด่น จะถูกเขม่นจากญาติมิตร
• ถ้าทำความดีด้วยน้ำจิต จะมีชีวิตอยู่อย่างสบาย
• ถ้าหวังพึ่งแต่คนอื่น จะต้องกลืนน้ำตาตัวเอง
• อย่าทำตัวเป็นผู้รับฝ่ายเดียว จงทำตัวเป็นผู้ให้ด้วย
• อย่าพยายามทำคนอื่นให้เหมือนใจเรา เพราะเราก็ทำให้เหมือนใจคนอื่นไม่ได้
• ถ้ารู้จักใช้เวลา ชีวิตจะมีค่ากว่านี้
• อย่าทำตัวให้เด่นกว่างาน จงพยายามทำงานให้เด่นกว่าตัว
• อย่าทำบ้านให้แข็งแรงกว่าพื้นฐาน จงทำพื้นฐานให้แข็งแรงกว่าบ้าน
• อย่าพยายามทำสิ่งที่ได้ให้เท่ากับใจ จงพยายามทำใจให้เท่ากับสิ่งที่ได้
• ถ้าไม่กินอยู่เท่าที่มี จะได้เป็นเศรษฐีเงินกู้
• ถ้ามั่วสุมกับอบายมุข จะพบความทุกข์ในเบื้องปลาย
• ถ้าทำหูเบาเอาเขาว่า จะต้องน้ำตาตกใน
• ถ้าพูดโดยไม่คิด เท่ากับพ่นลมพิษใส่คนอื่น
• ถ้าจริงจังกับโลกเกินไป จะต้องตายเพราะความเศร้า
• ถ้าต้องการความเป็นอิสระ ให้พยายามชนะตัวเอง
• ถ้าไม่รู้จักความทุกข์ จะพบกับความสุขได้ที่ไหน
• ถ้าไม่ยอมปล่อยวาง จะพบกับความว่างได้อย่างไร
• ถ้าหาความสุขจากความมัวเมา เท่ากับจับเงาในกระจก
• ถ้าอยากเป็นคนงาม อย่าวู่วามโกรธง่าย
• ถ้าอยากเป็นคนสบาย อย่าเบื่อหน่ายความเพียร
• ถ้าอยากเป็นคนมั่งมี อย่าเป็นคนดีแต่จ่าย
• ถ้าอยากเป็นคนนำสมัย อย่าทำลายวัฒนธรรม
• ถ้าอยากเป็นคนมีเกียรติ อย่าเหยียดหยามคนอื่น
• ถ้าอยากมีความรู้ อย่าลบหลู่อาจารย์
• ถ้าอยากหาความสำราญ อย่าล้างผลาญสมบัติ
• ถ้าอยากเป็นคนมีอำนาจ อย่าขาดความยุติธรรม
• ถ้าอยากเป็นคนดัง อย่าหวังความสงบ
• เป็นอยู่เท่าที่มี ดีกว่าเป็นเศรษฐีเงินผ่อน
• ทำการงานอยู่กับบ้าน ดีกว่าสุขสำราญในบ่อน
• แสวงลาภจากการงาน ดีกว่าบนบานบวงสรวง
• ไม้เท้าของคนเฒ่า ดีกว่าลูกเต้าอกตัญญู
• รักกันฉันท์พี่น้อง ดีกว่าเงินทองเป็นไหน ๆ
• ปิดปากไว้ไม่พูดจา ดีกว่านินทาเพื่อนบ้าน
• ยอมลำบากเมื่อหนุ่ม ดีกว่ากลุ้มเมื่อแก่
• อยู่คนเดียวอย่างสงบ ดีกว่าคบคนพาล
• คอยตักเตือนตัวเอง ดีกว่าเพ่งโทษคนอื่น
• ทำความดีแล้วดัง ดีกว่าถูกชังเพราะทำชั่ว
• ถ้ากินอยู่เกินฐานะ ชีวิตจะขรุขระเดือดร้อน
• ยอมลำบากเมื่อตอนต้น ดีกว่ายากจนทีหลัง
• เป็นอยู่อย่างหมดหวัง คือ การขุดหลุมฝังตัวเอง
• ชีวิตคือการต่อสู้ จงเป็นอยู่ด้วยความอดทน
• ถ้าตกอยู่ใต้อำนาจยาเสพติด เท่ากับเผาชีวิตทั้งเป็น
• ถ้ามัวเมาเอาแต่ดัง ชีวิตจะพังเพราะชื่อเสียง
• ถ้าจะเป็นผู้ใหญ่ อย่าเชื่อง่ายหูเบา
• อำนาจวาสนา คือที่มาของความกังวล
• โลกจะลุกเป็นไฟ เพราะใจขาดธรรมะ
• ชีวิตจริง ไม่เหมือนฝัน
• ถ้าชนะด้วยอาวุธ จะสิ้นสุดด้วยความแค้น ใช้ธรรมะชนะแทน ความขุ่นแค้นจะหายไป
• ถ้าเสรีไม่มีเขต จะเป็นเหตุให้วุ่นวาย ถ้าเสรีตามกฎหมาย ความวุ่นวายสงบลง
• ถ้าผู้ใหญ่ตามใจว่า จะชักพาให้เดือดร้อน ถ้าผู้น้อยฝืนคำสอน จะเดือดร้อนไปทั่วเมือง
• ถ้าทำงานมุ่งเพื่อตัว จะหมองมัวชั่วชีวิต ถ้าทำงานเพื่ออุทิศ สิ้นชีวิตชื่อยังอยู่
• เป็นพระไม่สังวร จะถ่ายถอนความศรัทธา
• เป็นชาวบ้านไม่เสาะหา จะนำพาให้ล่มจม
• ประชาธิปไตยตามใจว่า คือที่มาแห่งความวุ่นวาย
• สังคมจะเป็นธรรม เพราะไม่เหยียบย่ำคนอื่น
• คนไม่เคารพกฎหมาย เหมือนวัวควายไม่มีคอก
• ดูบ้านเมือง ดูที่ความสะอาด ดูประชาชาติ ดูที่ความสามัคคี
• ดูคนดี ดูที่งาน ดูลูกหลาน ดูที่ความเคารพ
• ดูหญิง ดูที่ความอาย ดูชาย ดูที่ความกล้าหาญ
• ดูพระดูที่กิจวัตร ดูคฤหัสถ์ ดูที่ความขยัน
• เพ่งโทษตนเป็นบัณฑิต เพ่งความผิดคนอื่นเป็นพาล
• เสียเงินทองไม่เป็นปัญหา เท่ากับเสียเวลาและเสียใจ
• ถ้าใช้กฎหมู่ จะอยู่อย่างรำคาญ ใช้อำนาจทางศาล จะสำราญทั่วเมือง
• เห็นผู้ใหญ่ว่าโง่ เห็นนักเลงโตว่าฉลาด เห็นพ่อแม่ไม่สามารถ คืออุบาทว์บ้านเมือง
• เห็นคุกเป็นบ้าน สุราบานเป็นเพื่อน บ้านเรือนเป็นศาลา คือที่มาของความวิบัติ
• ส่งเสริมการพนัน แข่งขันความมั่งมี ไม่เชื่อคนแต่เชื่อผี จะมั่งมีได้อย่างไร
• ความสุขโลกีย์ มีได้ชั่วคราว ความสุขยืนยาว ต้องเข้าหาธรรม
• ปฏิรูปจะได้ผล ประชาชนต้องร่วมใจ
• ถ้าจะทำงานเพื่อชาติ อย่าแสวงหาอำนาจเพื่อตัว
• ถ้าจะทำงานเพื่อศาสนา อย่าแสวงหาอามิส
• อยากให้ไทยคงเป็นไทย อย่าทำลายวัฒนธรรม
• ความวิบัติของชาติ คือผู้มีอำนาจแตกสามัคคี
• สังคมมากกว่าส่วนตัว ชีวิตครอบครัวจะเดือดร้อน
• เป็นทุกข์เพราะความจน ดีกว่าทนทุกข์เพราะเป็นหนี้
• ประดับกายด้วยความดี มีราศีกว่าประดับเพชร
• ฆ่าสัตว์ได้โทษ ฆ่าความโกรธได้บุญ
• อยากจะหนีความทุกข์ อย่าหวังความสุขทางกาย
• ปฏิวัติดัดนิสัย เป็นการแก้ไขที่ถูกต้อง
• ถ้ารักประเทศชาติ อย่าถือโอกาสร่ำรวย
• ถ้าอยากเป็นคนก้าวหน้า อย่ามัวอิจฉาคนอื่น
• อยากเป็นชายจริงหญิงแท้ อย่าเปลี่ยนแปรประเพณี
• คุณค่าของสัตว์อยู่ที่กาย คุณค่าหญิงชายอยู่ที่ความประพฤติ
• ภัยใหญ่ของชีวิต คือความคิดลุ่มหลง
• ถูกบัณฑิตนินทา ดีกว่าถูกพาลายกย่อง
• ถ้าไม่อยากให้ผิดหวัง ให้ระวังอย่าโลภ
• ถ้าไม่อยากให้จิตวุ่นวาย ให้นึกถึงความตายไว้บ้าง
• ถ้าไม่อยากจะเศร้าโศก ให้มองโลกเป็นอนิจจัง
• เป็นอยู่อย่างเกียจคร้าน จะล้างผลาญสมบัติ เป็นอยู่อย่างประหยัด จะได้สมบัติจากตัวเอง
• เจริญทางวัตถุ จะคุกรุ่นเป็นไฟ เจริญทางจิตใจ จะแจ่มใสสงบ
• มีธรรมเป็นอำนาจ จะปราศจากเวรภัย มีอธรรมเป็นใหญ่ เวรภัยจะตามมา
• ความสุขแบบชาวโลก มีทุกข์โศกเป็นผล ความสุขอริยชน มีผลเป็นความสงบ
• เลิกเห็นแก่ตัวได้เมื่อไร จะสุขใจเมื่อนั้น
• ไม่ทำการงาน คบอันธพาล มั่วสุขสำราญ ไม่นานหมดตัว
• มัวเมาอามิส หลงยาเสพติด ทำการทุจริต ยาพิษสังคม
• อวดดื้อถือตน ไม่ฟังเหตุผล ยุแยงแฝงกล คือคนทำลาย
• แก้ด้วยการเพิ่ม จะเสริมปัญหา แก้ด้วยปัญญา ปัญหาจะลด
• โลกนี้สับสน เพราะคนมุ่งรบ โลกนี้สงบ เพราะเคารพธรรม
• ขยันหมั่นไว้จะได้ดี แต่อย่ามีความโลภ
• หวังได้ทรัพย์จากการพนัน คือความเพ้อฝันของคนสิ้นคิด
• ความหลงใหลอบายมุข คือความทุกข์ของครอบครัว
• ปัญหาเศรษฐกิจและจิตใจ ต้องแก้ไขพร้อมกัน
• ทางพัฒนาที่ถูกทาง คือการเสริมสร้างคนดี
• ดูคนดี ดูที่การกระทำ ดูผู้นำ ดูที่การเสียสละ
• ศัตรูของประเทศชาติ คือประชาราษฎร์ขาดสามัคคี
• ความคิดริษยา เหตุที่มาของการแตกแยก
• ชีวิตที่ยุ่งยาก เพราะมีความอยากมากเกินไป
• ทุกข์ยากที่อุปาทาน สุขสำราญที่ปล่อยวาง
• หมั่นนึกถึงความตาย คืออุบายแห่งความไม่ประมาท
• คนเกียจคร้านไม่ทำงาน เป็นคนพิการสากล
• คนที่หวังพึ่งโชคชะตา เป็นคนปัญญาอ่อน
• คนที่ท้อถอยเบื่อหน่าย เป็นคนตายก่อนหมดอายุ
• คนที่มัวเมาเอาแต่เงิน จะห่างเหินจากญาติมิตร
• กินเหล้าเพื่อเข้าสังคม เป็นค่านิยมที่ผิด
• ภัยที่น่ากลัวคือความตาย ทางแห่งความฉิบหายคือ อบายมุข
• ไม่หลงของเก่า ไม่เมาของใหม่ เป็นหัวใจการพัฒนา
• คนเก่ง ๆ มีมาก คนที่หายากคือคนดี
• ความวิตกกังวลใจ เป็นโรคร้ายของชีวิต
• ความยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นอุบายสร้างสันติ
• ตัวอย่างที่ไม่ดีในสังคม สร้างค่านิยมที่ให้โทษ
• ความง่ายอยู่ที่ปาก ความยากอยู่ที่ทำ
• ทำดีไม่มีประมาณ ก่อความรำคาญให้คนอื่น
• สู้รบแบบพุทธะ คือการเอาชนะตัวเอง
• ระวังหูของเรา ดีกว่าเฝ้าปิดปากคนอื่น
• เหนื่อยกายหลับสนิท เหนื่อยจิตหลับไม่ลง
• ไม่หยุดไม่ถึงพระ ไม่ละไม่ถึงธรรม
• ลำบากเพราะการงาน ดีกว่าสำราญแล้วกลุ้ม
• มั่งมีเพราะประหยัด อัตคัดเพราะฟุ่มเฟือย
• คุณความดีมีมาก ส่วนที่หายากคือคนทำดี
• ทำอะไรตามใจว่า สร้างปัญหาให้ตัวเอง
• อามิสเป็นเพียงสิ่งอาศัย ความสุขใจอยู่ที่ความสงบ
• ความสุขที่ได้จากตัณหา มีค่าเท่ากับความทุกข์
• สะดวกนักมักง่าย สบายนักมักลืมตัว
• การรู้จักปล่อยวาง เป็นวิถีทางสงบสุข
• เวลาไม่ได้ทำให้คนเสียคน คนต่างหากทำให้เสียเวลา
• เหล้าไม่ได้ทำให้คนเมา คนต่างหากเมาเหล้า
• สัตว์ไม่ได้โหดร้ายกว่าคน คนต่างหากโหดร้ายกว่าสัตว์
• ศีลธรรมไม่ได้เสื่อม คนต่างหากเสื่อมจากศีลธรรม
• ความสุขไม่ได้อยู่ที่ความสมปรารถนา การรู้จักทำใจ เมื่อไม่สมปรารถนาต่างหากเป็นความสุข
• สังคมวุ่นวาย เพราะอบายมุข
• ทำแล้วไม่พูด ดีกว่าพูดแล้วไม่ทำ
• มีทรัพย์อับปัญญา จะพาให้เดือดร้อน
• เป็นอยู่อย่างเรียบง่าย คืออุบายการประหยัด
• แต่งแต่กายไร้ค่า ถ้าไม่แต่งใจ
• คิดเอาแต่ได้ จะเสียใจภายหลัง
• เป็นอยู่อย่างบัณฑิต จะมีชีวิตอย่างปลอดภัย
• จงทำตามความถูกต้อง อย่าทำเพราะความถูกใจ
• ทำอารมณ์ให้ผ่องใส เป็นอุบายแก้ทุกข์
• พัฒนาไปจะไร้ผล ถ้าทุกคนหวังแต่เงิน
• อยู่นานไปจะไร้ชาติ ถ้าขาดความสามัคคี
• คิดไปก็ไร้คุณ ถ้ามัววุ่นอยู่แต่คิด
• ทำไปก็ไร้ค่า ถ้าไม่กล้าจะทำจริง
• ยิ่งทำไปยิ่งได้บุญ ถ้าเกื้อกูลกันและกัน
• ภาวนาให้ใจสงบ จะได้พบสันติภาพ
• บอกบุญบ่อย ๆ จะถอยศรัทธา บอกถูกเวลา ศรัทธาเจริญ
• ถ้าผูกใจเจ็บ จะเจ็บใจเรา ถ้าเมตตาเขา ใจเราสบาย
• ความคิดริษยา พาใจให้วุ่น เมตตาการุน อบอุ่นไมตรี
• ความกังวลใจ เป็นภัยเป็นพิษ สำรวมความคิด ชีวิตเบิกบาน
• โลกที่สับสน เพราะคนวุ่นวาย จะสุขสบาย เป็นเรื่องของคน
• ถ้าปล่อยก็ว่าง ถ้าวางก็เบา ถ้าเอาก็หนัก
• ถ้าจะพัฒนาเขา ให้พัฒนาตัวเราก่อน
• ขยันไม่สันโดษ ทุกข์โทษจะตามมา
• บ้างเมืองจะพินาศ เพราะคนในชาติกอบโกย
• ระฆังดังเมื่อคนตี คนดีไม่ต้องตีก็ดัง
• ลืมอะไรก็ลืมได้ แต่อย่าหลงใหลลืมตัว
• ทำอะไรตามอารมณ์ ทุกข์ระทมจะตามมา
• หลงทางเหนื่อยกาย หลงงมงายให้แต่โทษ
• ความดีอยู่ที่การเสียสละ ชัยชนะอยู่ที่ขันติธรรม
• ดูตัวเราคอยเฝ้าดูความคิด ดูญาติมิตรให้พินิจความดี
• หลงอามิสมืดมิดมัวตา หลงปริญญาเพิ่มมานะทิฐิ
• ขับรถช้า ๆ เทวดาคุ้มครอง ขับรถคะนองผีจองเฝ้าป่าช้า
• หญิงชายจะไร้เพศ ถ้าปฏิเสธศีลธรรม
• โลกนี้ไม่มีปัญหา ถ้าศึกษาให้รู้ความจริง
• สิ่งที่ได้มาเปล่าคือความเฒ่าชรา สิ่งที่ต้องแสวงหาคือคุณค่าของชีวิต
• โลกนี้ไม่มีอะไรใหม่ นอกจากความเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลง
• ความร้อนอบอ้าวจะมาก่อนฝน ความลำบากยากจนจะมาก่อนความสุข
• โลกนี้แจ่มใสสำหรับคนใจกว้าง โลกนี้เวิ้งว้างสำหรับคนใจดำ
• วาจาอ่อนหลานลูกหลานใกล้ชิด วาจาเป็นพิษญาติมิตรห่างไกล
• อดีตจะหมดจด อนาคตจะสดใส ต้องแก้ไขที่ปัจจุบัน
• ถ้าถือคนบ้า ถ้าท้าคนเมา ถ้าเข้าคนผิด จะเป็นพิษแก่ตัว
• อุปสรรคปัญหา เป็นที่มาของความสำเร็จ
• ทำดีไม่ได้ผล เพราะทำตนลุ่ม ๆ ดอน ๆ
• มีเงินล้นฟ้า ไม่เท่าค่าของคน
• ทำความดีแล้วตาย ดีกว่าอยู่สบายไม่ทำประโยชน์
• คนดียินดีทำทาน คนอันธพาลระรานทำลาย
• ผู้ใหญ่หลงลืมตัว น่ากลัวกว่าเด็กดื้อ
• สัตว์ตายเพราะเหยื่อ คนถูกเบื่อเพราะอามิส
• ขับรถซิ่งซิ่ง จะวิ่งไปตาย ขับรถมักง่าย จะตายฟรีฟรี
• เห็นคนเมา เท่ากับเห็นคนบ้า เห็นคนขี้ยา เหมือนเห็นคนตาย
• ถ้าไม่อยากยากจน อย่างทำตนเป็นคนมั่งมี ถ้าอยากเป็นเศรษฐี ให้ทำทีเป็นคนจน
• อยู่อย่างคนรวย ไม่มีวันรวย
• อยู่อย่างจน ไม่มีวันจน
• เมาสุราพาให้ประมาท เมาอำนาจพาชาติล่มจม
• ความดังไม่คงที่ ความดีไม่เปลี่ยนแปลง
• ไม่ระวังปาก ได้ศัตรู ไม่ระวังหู ขาดหมู่ญาติมิตร
• ชีวิตจะผิดหวัง ถ้ามัวแต่นั่งนอนคอย
• คนฉลาดที่ขาดคุณธรรม เป็นผู้นำที่ดีไม่ได้
• ความหรูหราของชาวสังคม เป็นค่านิยมที่เสื่อม
• พูดตั้งพันคำ สู้ทำให้ดีไม่ได้
• อย่าคบคนชั่วเป็นมิตร อย่าทำบัณฑิตให้เป็นศัตรู
• ความงามอยู่ที่ความดี ความมั่งมีอยู่ที่ความสันโดษ
• แมลงวันชอบของเน่า คนโง่เขลาชอบทำบาป
• การรักษาศีลห้า ช่วยแก้ปัญหาโรคเอดส์
• ถ้าไม่ได้ทำความดี มีชีวิตอยู่ร้อยปีก็ไร้ค่า
• ฟังมากได้ปัญญา ไม่ระวังวาจาได้โทษ
• โอกาสที่ดีของคน ขึ้นอยู่กับความสนใจ
• วิชาให้ความฉลาด ถ้าขาดธรรมก็ให้โทษ
• คนฉลาดขาดความดี เป็นคนอัปรีย์สังคม
• ถ้าจะทำตัวให้เหมือนเขา ให้ดูเงาตัวเราก่อน
• ทุกสิ่งดูน่ารัก ถ้ารู้จักดูส่วนดี
• สุริยุปราคา พระอาทิตย์มืดมัว จะดีจะชั่ว อยู่ที่ตัวเราเอง
• เศษกองขยะ เกะกะทั่วบ้าน เศษคนอันธพาล รำคาญทั่วเมือง
• พูดให้เขารัก ยากนักยากหนา พูดให้เขาด่า ว่าง่ายนิดเดียว
• ติดคุกมีเวลาพ้นโทษ คนที่มักโกรธ ถูกทำโทษตลอดกาล
• ความสุขมิได้อยู่ที่ความมั่งมี การทำใจให้พอดี คือยอดความสุข
• คนดี ดีกว่าของดี มีคนดี ดีกว่ามีของดี อยากเป็นคนดี ต้องทำความดี
• ชีวิตจะมีค่า เพราะทำเวลาให้มีคุณ
• คุณสมบัติประจำชีวิต คือสุจริตประจำใจ
• ความเจริญทางวัตถุ ยั่วยุให้คนลืมตัว
• อย่าเป็นทุกข์ในสิ่งที่เสียไป จงพอใจในสิ่งที่มีอยู่
• พระดังอาจจะไม่ดี พระดีอาจจะไม่ดัง
• ความขยันเป็นคุณสมบัติของคน ความอดทนเป็นคุณสมบัติของพระ
• ชีวิตคือสนามรบ จะต้องพบทั้งความแพ้ความชนะ
• ถึงยากจนก็เหมือนมั่งมี ถ้ายินดีในสิ่งที่มีอยู่
• ถึงมั่งมีก็เหมือนยากจน ถ้าไม่พอใจในสิ่งที่มีอยู่
• ร่างกายนี้เป็นโลกอนิจจัง เป็นเรือนของโรค เป็นที่อยู่โรค
• ทำดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
• ความสุขขึ้นอยู่กับตัวเรา

คติธรรมพระจี้กง

1 ชีวิตย่อมเป็นไปตามลิขิต (ละชั่วทำดี)   แล้วจะวอนขออะไร?
2 วันนี้ไม่รู้เหตุการณ์ในวันพรุ่งนี้ กลุ้มเรื่องอะไร?
3 ไม่เคารพพ่อแม่แต่เคารพพระพุทธองค์ จะเคารพทำไม?
4 พี่น้องคือผู้ที่เกิดตามกันมา ทะเลาะกันทำไม?
5 ลูกหลานทุกคนล้วนมีบุญตามลิขิต ห่วงใยกันทำไม?
6 ชีวิตย่อมมีโอกาสประสบความสำเร็จได้ ร้อนใจไปทำไม?
7 ชีวิตย่อมใช่จะพบเห็นรอยยิ้มกันได้ง่าย ทุกข์ใจไปทำไม?
8 ผ้าขาวปะแล้วกันหนาวได้ อวดโก้กันทำไม?
9 อาหารผ่านลิ้นแล้วกลายเป็นอะไร อร่อยไปใย?
10 ตายแล้วบาทเดียวก็เอาไปไม่ได้ ขี้เหนียวทำไม?
11 ที่ดินคือที่สืบทอดแก่คนรุ่นหลัง โกงกันทำไม?
12 โอกาสจะได้กลายเป็นเสีย โลภมากทำไม?
13 สิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่เหนือศรีษะเพียง 3 ฟุต ข่มเหงกันทำไม?
14 ลาภยศเหมือนดอกไม้ที่บานอยู่ไม่นาน หยิ่งผยองทำไม?
15 ทุกคนย่อมมีลาภยศตามวาสนาที่ลิขิต อิจฉากันทำไม?
16 ชีวิตลำเค็ญเพราะชาติก่อนไม่บำเพ็ญ แค้นใจทำไม?
17 นักเล่นการพนันล้วนตกต่ำ เล่นการพนันทำไม?
18 ครองเรือนด้วยความขยันประหยัดดีกว่าไปขอพึ่งผู้อื่น สุรุ่ยสุร่ายทำไม?
19 จองเวรจองกรรมเมื่อไรจะจบสิ้น อาฆาตทำไม?
20 ชีวิตเหมือนเกมหมากรุก คิดลึกทำไม?
21 ฉลาดมากเกินจึงเสียรู้ รู้มากทำไม?
22 พูดเท็จทอนบุญจนหมด โกหกทำไม?
23 ดีชั่วย่อมรู้กันทั่วในที่สุด โต้เถียงกันทำไม?
24 ใครป้องกันมิให้เรื่่องเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา หัวเราะเยาะกันทำไม?
25 ฮวงซุ้ยที่ดีอยู่ที่จิต ไม่ใช่ภูเขา แสวงหาทำไม?
26 ข่มเหงผู้อื่นคือทุกข์ รู้ให้อภัยคือบุญ ถามโหรหมอดูเรื่องอะไร?
27 ทุกสิ่งจบสิ้นลงด้วยความตาย วุ่นวายกันทำไม


นั่นสิจะถามไปทำไม...

 


พุทธศาสนาสุภาษิต

พุทธศาสนาสุภาษิต มีอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นเนื้อความสั้น ๆ ที่ทรงคุณค่า ให้ข้อคิด ข้อเตือนใจ ให้ผู้ที่ได้ศึกษาแล้ว มีความรู้ความเข้าใจ และยึดถือเป็นหลักธรรมประจำใจ เพื่อนำไปประพฤติปฏิบัติ ในแนวทางที่ถูกที่ควร ตรงทาง อันจะนำไปสู่ความสุข ความเจริญงอกงามในชีวิตของตน แล้วยังเป็นการเสริมสร้างสันติสุข ในสังคมโลกอีกด้วย

? อัตตวรรค - หมวดตน
? ตนทำบาปเอง ย่อมเศร้าหมองเอง
? จงถอนตนขึ้นจากหล่ม เหมือนช้างตกหล่มถอนตนขึ้นฉะนั้น

? อัปปมาทวรรค - หมวดไม่ประมาท
? ปราชญ์ย่อมรักษาความไม่ประมาทไว้ เหมือนทรัพย์อันประเสริฐสุด
? ผู้ไม่ประมาท ย่อมไม่ตาย
? ผู้ไม่ประมาทพินิจอยู่ ย่อมถึงสุขอันไพบูลย์
? คนมีปัญญาดีไม่ประมาทในเมื่อผู้อื่นประมาท มักตื่นในเมื่อผู้อื่นหลับ
ย่อมละทิ้งคนนั้น เหมือนม้าฝีเท้าเร็ว ทิ้งม้าไม่มีกำลังไป ฉะนั้น

? กัมมวรรค - หมวดกรรม
? กรรมชั่วของตนเอง ย่อมนำไปสู่ทุคติ
? ความดี อันคนดีทำง่าย
? ความดี อันคนชั่วทำยาก
? ทำกรรมใดแล้วไม่ร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำนั้นแลเป็นดี
? ทำกรรมใดแล้วร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำแล้วนั้นไม่ดี
? สิ่งที่ทำแล้ว ทำคืนไม่ได้
? ความชั่วไม่ทำเสียเลยดีกว่า
? บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น
ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้ผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้ผลชั่ว
? ใคร่ครวญก่อนแล้วจึงทำดีกว่า
? เมื่อคนโง่มีปัญญาทราม ทำกรรมชั่วอยู่ก็ไม่รู้สึก
เขาเดือดร้อนเพราะกรรมของตน เหมือนถูกไฟไหม้
? ผู้ใดปรารถนาทำกิจที่ควรทำก่อนในภายหลัง
ผู้นั้นย่อมเดือดร้อนในภายหลัง ดุจมาณพ (ผู้ประมาทแล้วรีบ)หักไม้กุ่ม ฉะนั้น
? ถ้าประสบสุขทุกข์ เพราะบุญบาปที่ทำไว้ก่อนเป็นเหตุ
ชื่อว่าเปลื้องบาปเก่าที่ทำไว้ ดุจเปลื้องหนี้ ฉะนั้น
? สัตว์ทั้งหลายย่อมต้องการความสุข ผู้ใดแสวงหาสุขเพื่อตน
ไม่เบียดเบียนเขาด้วยอาชญา ผู้นั้นละไปแล้ว ย่อมได้สุข

? กิเลสวรรค - หมวดกิเลส
? บุคคลถูกลูกศรใดแทงแล้ว ย่อมแล่นไปทั่วทิศ ถอนลูกศรนั้นแล้ว ย่อมไม่แล่นและไม่จม
? ผู้มีความเพียรไม่พึงนอนมาก พึงเสพธรรมเครื่องตื่น พึงละความเกียจคร้าน มายา
ความร่าเริง การเล่น และเมถุนพร้อมทั้งเครื่องประดับเสีย
? พราหมณ์ พระอริยเจ้าย่อมสรรเสริญผู้ฆ่าความโกรธ ซึ่งมีโคนเป็นพิษ
ปลายหวาน เพราะคนตัดความโกรธนั้นได้แล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก
? โลภะ โทสะ โมหะ เกิดจากตัวเอง ย่อมเบียดเบียนผู้มีใจชั่ว ดุจขุยไผ่ฆ่าต้นไผ่ ฉะนั้น
? บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง (เพราะ) ทุกข์ทั้งหลาย
ย่อมไม่ติดตามผู้ไม่ข้องอยู่ในนามรูป ไม่มีกังวลนั้น
? โลกถูกความอยากผูกพันไว้ จะหลุดได้เพราะกำจัดความอยาก
เพราะละความอยากเสียได้ จึงชื่อว่าตัดเครื่องผูกทั้งปวงได้
? ความอยากย่อมชักลากนรชนไป ความอยากละได้ยากในโลก
สัตว์เป็นอันมากถูกความอยากผูกมัดไว้ ดุจนางนกถูกบ่วงรัดไว้ ฉะนั้น
? โลกถูกตัณหาก่อขึ้น ถูกชราล้อมไว้ ถูกมฤตยูปิดไว้ จึงตั้งอยู่ในความทุกข์
? ผู้ไม่คำนึงถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ย่อมไม่เศร้าโศกถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว
ผู้เห็นความสงัดในผัสสะทั้งหลาย ย่อมไม่ถูกชักนำไปในทิฏฐิทั้งหลาย
? ผู้ใดไม่กังวลว่า นี้ของเรา นี้ของผู้อื่น ผู้นั้น
เมื่อไม่ถือว่าเป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่าของเราไม่มี ดังนี้

? โกธวรรค - หมวดโกรธ
? ความโกรธเป็นดังสนิมศัสตราในโลก
? ความโกรธก่อความพินาศ
? ความโกรธครอบงำนรชนเมื่อใด ความมืดมนย่อมมีขึ้นเมื่อนั้น
? ความโกรธทำจิตให้กำเริบ
? ฆ่าความโกรธได้ อยู่เป็นสุข
ความโกรธ คือ ความกราดเกรี้ยว ขุ่นมัว ฉุนเฉียว ที่เกิดขึ้นแก่จิต เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วหน้าตาทมึงตึง ย่อมจะเป็นคนดุร้าย ทำความพินาศให้แก่ตนเอง และผู้อื่น ทำให้เสื่อมลาภ ยศ และทรัพย์สิน ดังนั้น จงตัดมันเสียด้วยการเจริญขันติธรรม และเมตตาธรรม จึงจะอยู่เป็นสุข หน้าตาผ่องใส เป็นที่รักและเคารพของผู้อื่น เจริญยศ เจริญลาภ และทรัพย์สมบัติ ได้รับความสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
? ผู้ถูกความโกรธครอบงำ ย่อมละกุศลเสีย
? คนมักโกรธ ย่อมอยู่เป็นทุกข์
? ญาติมิตรและสหาย ย่อมหลีกเลี่ยงคนมักโกรธ
? ผู้โกรธ ย่อมไม่เห็นธรรม
? ภายหลังเมื่อความโกรธหายแล้ว เขาย่อมเดือดร้อนเหมือนถูกไฟไหม้
? พึงตัดความโกรธด้วยความข่มใจ

? ขันติวรรค - หมวดอดทน
? ผู้มีขันติ ชื่อว่านำประโยชน์มาให้ ทั้งแก่ตนทั้งแก่ผู้อื่น
ผู้มีขันติ ชื่อว่าเป็นผู้ขึ้นสู่ทางไปสวรรค์และนิพพาน
? ขันติ ย่อมตัดรากแห่งบาปทั้งสิ้น
ผู้มีขันติชื่อว่าย่อมขุดรากแห่งความติเตียนและการทะ เลาะกันได้
? ผู้มีขันติ ชื่อว่าทำตามคำสอนของพระศาสดา
และผู้มีขันติ ชื่อว่าบูชาพระชินเจ้าด้วยบูชาอันยิ่ง
? ขันติเป็นประธาน เป็นเหตุ แห่งคุณคือศีลและสมาธิ
กุศลธรรมทั้งปวงย่อมเจริญเพราะขันติเท่านั้น
? ขันติเป็นเครื่องประดับของนักปราชญ์ ขันติเป็นตบะของผู้พากเพียร
ขันติเป็นกำลังของนักพรต ขันตินำประโยชน์สุขมาให้
? ความบริสุทธิ์ก็ดี ผู้ที่จะประเสริฐล้วนก็ดี ขันติและโสรัจจะก็ดี
จะเป็นผู้เย็นสนิทก็ดี ย่อมไม่มีเพราะการชำระล้าง (ด้วยน้ำ)
? เสนาแม้หมู่ใหญ่ พร้อมด้วยพระราชารบอยู่ ไม่พึงได้ประโยชน์ที่สัตบุรุษผู้มีขันติพึงได้
(เพราะ) เวรทั้งหลายของผู้มีขันติเป็นกำลังนั้น ย่อมสงบระงับ

? จิตตวรรค - หมวดจิต
? จิตที่ฝึกแล้วนำสุขมาให้
? จิตที่คุ้มครองแล้วนำสุขมาให้
? ผู้ประพฤติตามอำนาจจิตย่อมลำบาก
? พึงรักษาจิตของตน เหมือนคนประคองบาตรที่เต็มด้วยน้ำมัน
? ก็บาปเกิดจากอารมณ์ใด ๆ พึงห้ามใจจากอารมณ์นั้น ๆ
? โจรกับโจรหรือไพรีกับไพรี พึงทำความพินาศให้แก่กัน
ส่วนจิตตั้งไว้ผิด พึงทำให้เขาเสียหายยิ่งกว่านั้น
? มารดาบิดาหรือญาติเหล่าอื่น ไม่พึงทำเหตุนั้นให้ได้
ส่วนจิตที่ตั้งไว้ดีแล้ว พึงทำเขาให้ดีกว่านั้น
? ภูเขาหินแท่งทึบ ไม่สั่นสะเทือนเพราะลมฉันใด
บัณฑิตย่อมไม่หวั่นไหวในนินทาและสรรเสริญฉันนั้น
? โลกถูกจิตนำไป ถูกจิตชักไป
สัตว์ทั้งปวงไปสู่อำนาจแห่งจิตอย่างเดียว
? ผู้ใดทำกรรมชั่ว ล่อลวงเอาทรัพย์สมบัติพี่น้องพ่อแม่
ผู้นั้นมีจิตชั่วร้าย ย่อมไม่มีความเจริญ แม้เทวดาก็ไม่บูชาเขา

? ชยวรรค - หมวดชนะ
? ผู้ชนะย่อมก่อเวร
? การให้ธรรมย่อมชนะการให้ทั้งปวง
? รสแห่งธรรมย่อมชนะรสทั้งปวง
? ความยินดีในธรรมย่อมชนะความยินดีทั้งปวง
? ความสิ้นตัณหาย่อมชนะทุกข์ทั้งปวง
? ความชนะใดที่ชนะแล้วกลับแพ้ได้ ความชนะนั้นไม่ดี
? พึงชนะความโกรธด้วยความไม่โกรธ

? ทานวรรค - หมวดทาน
? เมื่อจิตเลื่อมใสแล้ว ทักขิณาทานชื่อว่าน้อยย่อมไม่มี
? การเลือกให้ อันพระสุคตทรงสรรเสริญ
? คนพาลเท่านั้น ย่อมไม่สรรเสริญทาน
? ผู้ให้ ย่อมผูกไมตรีไว้ได้
? ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก
? ปราชญ์ผู้ให้ความสุข ย่อมได้รับความสุข
? ผู้ให้สิ่งประเสริฐ ย่อมถึงฐานะที่ประเสริฐ
? เมื่อให้ทานในวัตถุอันเลิศ บุญอันเลิศ อายุ
วรรณะ ยศ เกียรติ สุข และ กำลังอันเลิศ ก็เจริญ
? ผู้ให้สิ่งที่เลิศ ให้สิ่งที่ดี ให้สิ่งที่ประเสริฐ
ย่อมเป็นผู้มีอายุยืน มียศ ในภพที่ตนเกิด
? ให้ทานเป็นต้นก่อน จึงได้สุขบัดนี้
เหมือนรดน้ำที่โคนให้ผลที่ปลาย
? ผู้ใดให้ที่พักอาศัย ผู้นั้นชื่อว่าให้สิ่งทั้งปวง
ผู้ใดสอนธรรม ผู้นั้นชื่อว่าให้อมตะ
? ผู้ให้ข้าวชื่อว่าให้กำลัง ผู้ให้ผ้าชื่อว่าให้ผิวพรรณ
ผู้ให้ยานพาหนะชื่อว่าให้ความสุข ผู้ให้ประทีปโคมไฟชื่อว่าให้จักษุ
? ผู้ใดไม่ให้ทานในคนที่ไม่ควรให้ แต่ให้ทานในคนที่ควรให้
เมื่อประสบปัญหา ย่อมได้พบผู้ช่วยเหลือ

? ทุกขวรรค - หมวดทุกข์
? สังขาร เป็นทุกข์อย่างยิ่ง
? ความจน เป็นทุกข์ในโลก
? การเป็นหนี้ เป็นทุกข์ในโลก
? คนไม่มีที่พึ่ง อยู่เป็นทุกข์
? ผู้แพ้ ย่อมอยู่เป็นทุกข์
? ทุกข์ ย่อมไม่ตกถึงผู้หมดกังวล
? การพลัดพรากจากสิ่งที่รัก เป็นทุกข์
? การพบเห็นสิ่งที่ไม่เป็นที่รัก เป็นทุกข์
? ธัมมวรรค - หมวดธรรม
? ธรรมเหมือนห้วงน้ำไม่มีตม
? ธรรมที่ประพฤติดีแล้ว นำสุขมาให้
? ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม
? ผู้ประพฤติธรรม ไม่ไปสู่ทุคติ
? ผู้ตั้งอยู่ในธรรม ย่อมไม่ทำบาป
? พึงประพฤติธรรมให้สุจริต
? เมื่อพระพุทธเจ้าผู้ทำความสว่างเกิดขึ้นในโลก
พระองค์ย่อมประกาศธรรมสำหรับดับทุกข์นี้
? ชนใดประพฤติธรรม ในธรรมที่พระพุทธเจ้ากล่าวดีแล้ว
ชนเหล่านั้นจักข้ามแดนมฤตยูที่ข้ามได้ยาก
? ผู้ใดปรารถนาโภคทรัพย์ อายุ ยศ สุข อันเป็นทิพย์
ผู้นั้นพึงงดเว้นบาปทั้งหลาย แล้วประพฤติสุจริตธรรม ๓ อย่าง
? จงเด็ดเยื่อใยของตนเสีย เหมือนเอาฝ่ามือเด็ดบัวในฤดูแล้ง
จงเพิ่มพูนทางสงบ (ให้ถึง)พระนิพพานที่พระสุคตแสดงแล้ว
? ผู้ฉลาดนั้นเป็นผู้เพ่งพินิจ มีความเพียรติดต่อ บากบั่นมั่นคงเป็นนิตย์
ย่อมถูกต้องพระนิพพาน อันปลอดจากโยคะ หาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้
? เรา (ตถาคต) ไม่เห็นความสวัสดีของสัตว์ทั้งหลาย
นอกจากปัญญา ความเพียร ความระวังตัว และการสละสิ่งทั้งปวง

? ปัญญาวรรค - หมวดปัญญา
? ปัญญาเป็นแสงสว่างในโลก
? ปราชญ์กล่าวชีวิตของผู้เป็นอยู่ด้วยปัญญาว่าประเสริฐ สุด
? คนย่อมเห็นเนื้อความด้วยปัญญา
? คนมีปัญญาทราม ได้ยศแล้วย่อมประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ตน
ย่อมปฏิบัติเพื่อเบียดเบียน ทั้งตนและผู้อื่น

? ปาปวรรค - หมวดบาป
? ผู้ทำบาป ย่อมเศร้าโศกในโลกนี้ ละไปแล้วก็เศร้าโศก ชื่อว่าเศร้าโศกในโลกทั้งสอง
เขาเห็นกรรมอันเศร้าหมองของตน จึงเศร้าโศกและเดือดร้อน
? แม้หม้อน้ำยังเต็มด้วยหยาดน้ำฉันใด
คนเขลาสั่งสมบาปแม้ทีละน้อย ๆ ก็เต็มด้วยบาปฉันนั้น
? ถ้าฝ่ามือไม่มีแผล ก็พึงนำยาพิษไปด้วยฝ่ามือได้
ยาพิษซึมเข้าฝ่ามือไม่มีแผลไม่ได้ฉันใด บาปย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่ทำฉันนั้น
? ควรงดเว้นบาปเสีย เหมือนพ่อค้ามีพวกน้อยมีทรัพย์มาก
เว้นหนทางที่มีภัย และเหมือนผู้รักชีวิตเว้นยาพิษเสียฉะนั้น

? ปุญญวรรค - หมวดบุญ
? บุญอันโจรนำไปไม่ได้
? บุญนำสุขมาให้ในเวลาสิ้นชีวิต
? ความสั่งสมบุญ นำสุขมาให้
? บุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ในโลกหน้า
? ผู้ทำบุญแล้วย่อมยินดีในโลกนี้
ตายแล้วย่อมยินดีชื่อว่ายินดีในโลกทั้งสอง
เขาย่อมยินดีว่าเราทำบุญไว้แล้ว ไปสู่สุคติย่อมยินดียิ่งขึ้น
? ถ้าบุรุษจะพึงทำบุญ ควรทำบุญนั้นบ่อย ๆ
ควรทำความพอใจในบุญนั้น การสั่งสมบุญนำความสุขมาให้
? ไม่ควรดูหมิ่นต่อบุญว่ามีประมาณน้อยจักไม่มีมาถึง
แม้หม้อน้ำย่อมเต็มได้ด้วยหยาดน้ำที่ตกลงมาฉันใด
ผู้มีปัญญาสั่งสมบูญแม้ทีละน้อยๆ ย่อมเต็มได้ด้วยบุญ ฉันนั้น

? ปุคคลวรรค - หมวดบุคคล
? ชื่อว่าบัณฑิต ย่อมทำประโยชน์ให้สำเร็จได้แล
? บัณฑิตผู้สมบูรณ์ด้วยศีล ย่อมรุ่งเรืองเหมือนไฟสว่าง
? บัณฑิตย่อมเว้นสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ถึงเอาแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์
? ในหมู่มนุษย์ ผู้ฝึกตนแล้วเป็นผู้ประเสริฐสุด
? คนฉลาดย่อมละบาป
? คนมีปัญญา ย่อมแนะนำทางที่ควรแนะนำ
? ผู้ใดไม่พูดเป็นธรรม ผู้นั้นไม่ใช่สัตบุรุษ
? สัตบุรุษยินดีในการเกื้อกูลสัตว์
? สัตบุรุษมีสวรรค์เป็นที่ไปในเบื้องหน้า
? กลิ่นของสัตบุรุษย่อมหอมทวนลมได้
? คนซึ่งรู้สึกตนว่าโง่ จะเป็นผู้ฉลาดเพราะเหตุนั้นได้บ้าง
? อสัตบุรุษย่อมไปนรก
? ผู้รู้ดีเป็นผู้เจริญ
? ผู้เคารพย่อมมีผู้เคารพตอบ
? ผู้ไหว้ย่อมได้รับไหว้ตอบ
? ผู้กินคนเดียวไม่ได้ความสุข
? คนไม่ถูกนินทาไม่มีในโลก
? คนแข็งกระด้างก็มีเวร
? มารดาบิดาเป็นที่นับถือของบุตร
? มารดาบิดาท่านว่าเป็นบูรพาจารย์(ของบุตร)
? สามีเป็นเครื่องปรากฏของสตรี
? บรรดาภริยาทั้งหลาย ภริยาผู้เชื่อฟัง เป็นผู้ประเสริฐ
? บรรดาบุตรทั้งหลาย บุตรผู้เชื่อฟังเป็นผู้ประเสริฐ
? ผู้มีความดี จงรักษาความดีของตนไว้
? เมื่อเขาขอโทษ ถ้าผู้ใดมีความขุ่นเคือง
โกรธจัด ไม่ยอมรับ ผู้นั้นชื่อว่า หมกเวรไว้
? ผู้ที่มีมารดาบิดาเลี้ยงมาได้โดยยากอย่างนี้
ไม่บำรุงมารดาบิดา ประพฤติผิดในมารดาบิดา ย่อมเข้าถึงนรก
? ผู้มีปรีชาได้โภคะแล้ว ย่อมสงเคราะห์หมู่ญาติ
เพราะการสงเคราะห์นั้น เขาย่อมได้เกียรติ ละไปแล้วย่อมบันเทิงในสวรรค์
? ตราบเท่าที่บาปยังไม่ให้ผล คนเขลายังเข้าใจว่ามีรสหวาน
แต่บาปให้ผลเมื่อใด คนเขลาย่อมประสบทุกข์เมื่อนั้น
? ผู้ใดทำกรรมชั่วแล้ว ละเสียได้ด้วยกรรมดี
ผู้นั้นย่อมยังโลกให้สว่าง เหมือนพระจันทร์พ้นจากเมฆ
? บุคคลนั่งหรือนอน (อาศัย) ที่ร่มเงาต้นไม้ใด
ไม่ควรรานกิ่งต้นไม้นั้น เพราะผู้ประทุษร้ายมิตร เป็นคนเลวทราม
? ผู้ใดย่อมเลี้ยงมารดาบิดาโดยธรรม
บัณฑิตย่อมสรรเสริญผู้นั้นในโลกนี้ เขาละไปแล้ว ย่อมบันเทิงในสวรรค์

? มัจจุวรรค - หมวดมฤตยู
? ชีวิตของสัตว์เหมือนภาชนะดิน ซึ่งล้วนมีความสลายเป็นที่สุด
? ทรัพย์สักนิดก็ติดตามคนตายไปไม่ได้
? ทั้งคนมีคนจน ล้วนมีแต่ความตายเป็นเบื้องหน้า
? ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ทั้งเขลา ทั้งฉลาด
ล้วนไปสู่อำนาจแห่งความตาย ล้วนมีความตายเป็นเบื้องหน้า
? ผู้เลี้ยงโคย่อมต้อนฝูงโค ไปสู่ที่หากินด้วยพลองฉันใด
ความแก่และความตาย ย่อมต้อนอายุของสัตว์มีชีวิตไปฉันนั้น
? ห้วงน้ำที่เต็มฝั่ง พึงพัดต้นไม้ซึ่งเกิดที่ตลิ่งไปฉันใด
สัตว์มีชีวิตทั้งปวง ย่อมถูกความแก่และความตายพัดไปฉันนั้น
? กาลย่อมล่วงไป ราตรีย่อมผ่านไป ชั้นแห่งวัยย่อมละลำดับไป
ผู้เล็งเห็นภัยในมรณะนั้น พึงทำบุญอันนำความสุขมาให้

? มิตตวรรค - หมวดมิตร
? มารดาเป็นมิตรในเรือนของตน
? สหายเป็นมิตรของผู้มีความต้องการเกิดขึ้นเนือง ๆ
? ผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร ย่อมมีผู้บูชาในที่ทั้งปวง
? ผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนเลวแท้
? ภรรยาเป็นเพื่อนสนิท
? ความเป็นสหายไม่มีในคนพาล
? ถ้าได้สหายผู้รอบคอบ พึงพอใจมีสติเที่ยวไปกับเขา

? วาจาวรรค - หมวดวาจา
? เปล่งวาจางามยังประโยชน์ให้สำเร็จ
? วาจาเช่นเดียวกับใจ
? คนเปล่งวาจาชั่วย่อมเดือดร้อน
? คนโกรธมีวาจาหยาบ
? ความสะอาดพึงรู้ได้ด้วยถ้อยคำ
? ควรกล่าวแต่วาจาที่ไม่ยังตนให้เดือดร้อน
? ผู้ใดสรรเสริญคนควรติ หรือติคนที่ควรสรรเสริญ
ผู้นั้นย่อมเก็บโทษด้วยปาก เขาไม่ได้สุขเพราะโทษนั้น

? วิริยวรรค - หมวดความเพียร
? คนขยันย่อมไม่พร่าประโยชน์ชั่วตามกาล
? คนล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร
? ประโยชน์ย่อมไม่สำเร็จโดยชอบแก่ผู้ทำโดยเบื่อหน่าย
? คนที่ผลัดวันประกันพรุ่งย่อมเสื่อม ยิ่งว่ามะรืนนี้ยิ่งเสื่อม
? ผู้เกียจคร้าน มีความเพียรเลว พึงเป็นอยู่ตั้งร้อยปี
ส่วนผู้ปรารภความเพียรมั่นคง มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียวก็ประเสริฐกว่า
? ท่านทั้งหลายจงเห็นความเกียจคร้านเป็นภัย
และเห็นการปรารภความเพียรเป็นความปลอดภัย
แล้วปรารภความเพียรเถิด นี้เป็นพุทธานุศาสนี
? ผู้ถึงพร้อมด้วยศีล มีปัญญา มีใจมั่นคงดีแล้ว
ปรารภความเพียรตั้งตนไว้ในกาลทุกเมื่อ ย่อมข้ามโอฆะที่ข้ามได้ยาก

? สีลวรรค - หมวดศีล
? ศีลนำสุขมาให้ตราบเท่าชรา
? ศีลพึงรู้ได้เพราะอยู่ร่วมกัน
? ศีลเป็นที่พึ่งเบื้องต้น เป็นมารดาของกัลยาณธรรมทั้งหลาย
เป็นประมุขของธรรมทั้งปวง เพราะฉะนั้นควรชำระศีลให้บริสุทธิ์
? ศีลเป็นกำลังไม่มีที่เปรียบ ศีลเป็นอาวุธสูงสุด
ศีลเป็นเครื่องประดับอย่างประเสริฐสุด ศีลเป็นเกราะอย่างอัศจรรย์
? ศีลเป็นสะพานอันสำคัญ ศีลเป็นกลิ่นที่ไม่มีกลิ่นอื่นยิ่งกว่า
ศีลเป็นเครื่องลูบไล้อันประเสริฐสุด เพราะศีล (มีกลิ่น)ขจรไปทั่วทุกทิศ

? สุขวรรค - หมวดสุข
? ละเหตุทุกข์ได้เป็นสุขในที่ทั้งปวง
? ความไม่เบียดเบียนเป็นสุขในโลก
? ความสุข (อื่น) ยิ่งกว่าความสงบไม่มี
? นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง
? จะพึงมีความสุขเป็นนิตย์ ก็เพราะไม่พบเห็นคนพาล
? ผู้เจริญเมตตาดีแล้วย่อมหลับและตื่นเป็นสุข
? ความเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้าทั้งหลายนำสุขมาให้

? เสวนาวรรค - หมวดคบหา
? เพราะความไว้ใจภัยจึงตามมา
? เพราะอยู่ด้วยกันนานเกินไป คนที่รักกันก็มักหน่าย
? คบคนใดก็เป็นเช่นคนนั้น
? อยู่ร่วมกับคนพาลนำทุกข์มาให้เสมอไป เหมือนอยู่ร่วมกับศัตรู
? ผู้คบคนเลวย่อมเลวลง
? สมาคมกับคนพาลนำทุกข์มาให้
? สมาคมกับสัตบุรุษนำสุขมาให้
? ผู้ไม่คบคนชั่ว ย่อมได้รับสุขส่วนเดียว
? ควรระแวงในศัตรู
? แม้ในมิตรก็ไม่ควรไว้ใจ
? ไม่ควรไว้ใจคนทำบาป
? ไม่ควรไว้ใจคนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว
? คนห่อกฤษณาด้วยใบไม้
แม้ใบไม้ก็หอมไปด้วยฉันใด การคบกับนักปราชญ์ก็ฉันนั้น
? คนห่อปลาเน่าด้วยใบหญ้าคา
แม้หญ้าคาก็พลอยเหม็นเน่าไปด้วยฉันใด การคบคนพาลก็ฉันนั้น
? บัณฑิตพึงทำความเป็นเพื่อนกับคนมีศรัทธา มีศีลเป็นที่รัก
มีปัญญาและเป็นพหุสูต เพราะการสมาคมกับคนดี เป็นความเจริญ
? บุคคลควรคบผู้เลื่อมใสเท่านั้น ควรเว้นผู้ไม่เลื่อมใส
ควรเข้าไปนั่งใกล้ผู้เลื่อมใส เหมือนผู้ต้องการน้ำเข้าไปหาห้วงน้ำฉะนั้น

? ปกิณณกวรรค - หมวดเบ็ดเตล็ด
? ความริษยาเป็นเหตุทำโลกให้ฉิบหาย
? ความไม่มีโรค เป็นลาภอย่างยิ่ง
? กาลเวลา ย่อมกินสรรพสัตว์พร้อมทั้งตัวมันเอง
? โภคทรัพย์ ย่อมฆ่าคนมีปัญญาทราม
? ชื่อว่าที่ลับของผู้ทำบาปกรรม ไม่มีในโลก
? ไม่ควรคำนึงถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว
? ไม่ควรหวังในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
? เมื่อรากยังมั่นคงไม่มีอันตราย ต้นไม้แม้ถูกตัด แล้วย่อมงอกได้อีกฉันใด
เมื่อตัณหานุสัยยังไม่ถูกกำจัดแล้ว ทุกข์นี้ย่อมเกิดร่ำไปฉันนั้น
? การไม่ทำบาปทั้งปวง การยังกุศลให้ถึงพร้อม
การทำจิตของตนให้ผ่องแผ้ว นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย