การจุดเทียน-ธูป เมื่อเริ่มพิธี เจ้าภาพควรจุดเทียน-ธูปเอง (อย่าต่อไฟจากตะเกียงหรือจากที่อื่น) ตั้งใจบูชาพระ อาราธนาศีล รับศีล อาราธนาพระปริตร พระสวดถึงบทว่า "อะเสวะนา จะ พาลานัง" เป็นต้น เจ้าภาพจุดเทียนที่ครอบน้ำมนต์ แล้วยกครอบประเคนพระองค์ที่ 1
     ข้อปฏิบัติวันเลี้ยงพระ ถ้าสวดและฉันเช้าหรือฉันเพลด้วย หาก มีการตักบาตร พอพระสวดถึงบทว่า "พาหุง" ก็เริ่มตักบาตรแล้วยกบาตร และภัตตาหารมาตั้งไว้ใกล้พระ พอสวดจบ ก็ประเคนให้พระฉันทันที ถ้าสวดตอนเย็นเลี้ยงพระในวันรุ่งขึ้น ก็ต้องเตรียมเครื่องรับรองพระสงฆ์เหมือน วันสวดมนต์เย็น อาราธนาศีล รับศีล ไม่ต้องอาราธนาพระปริตร พระสวดถวายพรพระ (นะโม, อิติปิ โส, พาหุง) พอถึงบท พาหุง ก็เริ่มตักบาตร
     สุดท้าย พอพระฉันเสร็จ เจ้าภาพถวายไทยธรรม พระสงฆ์อนุโมทนา เริ่มคำว่า ยะถา... เจ้าภาพกรวดน้ำ พอพระว่าพร้อมกันว่า สัพพีติโย... เจ้าภาพกรวดน้ำให้หมด ประนมมือรับพรจนพระสวดจบ แล้ว กราบ 3 ครั้ง ส่งพระกลับ
     อนึ่ง ในพิธีทำบุญเลี้ยงพระ นิยมถวายข้าวพระพุทธ คือจัดภัตตาหารทุกอย่าง เหมือนที่ถวายพระสงฆ์ แต่ใช้ภาชนะเล็กกว่า วางบนโต๊ะ หรือ บนผ้าขาวสะอาด หน้าโต๊ะบูชา จุดธูป 3 ดอกปักในกระถางธูปหน้าพระ นั่งคุกเข่า ประนมมือว่า นะโม...3 จบ แล้วว่า อิมัง สูปัพยัญชะนะสัมปันนัง สาลีนัง (ถ้าไม่มีข้าวสาลี ก็ตัดคำว่า สาลีนัง ออกได้) โอทะนัง อุทะกัง วะรัง พุทธัสสะ ปูเชมิ
     เมื่อพระสงฆ์ฉันเสร็จ เจ้าภาพกราบพระพุทธ 3 ครั้ง ประนมมือกล่าวคำลาข้าวพระว่า เสสัง มังคะลัง ยาจามิ กราบแล้วยกภาชนะข้าวพระพุทธออกไป (จะให้ผู้อื่นลาข้าวพระก็ได้)
     ฝ่ายพระสงฆ์
     พระสงฆ์ควรปฏิบัติการต่อไปนี้ :
     ควรเตรียมตัวไว้ให้พร้อมก่อนถึงเวลา พอมีคนมารับก็ไปได้ ทันที ควรไปตามกำหนด อย่าให้ก่อนมากนัก อย่าให้กระชั้นนัก ต้องมีกาลัญญุตา
     ต้องนุ่งห่มเรียบร้อยเป็นสมณสารูป ในถิ่นที่นิยมใช้พัด ควร นำไปทุกรูป และควรใช้พัดงานมงคล (ห้ามใช้พัดงานศพในงานมงคล) ถ้าขัดข้องก็ใช้พัดเฉพาะหัวหน้าองค์เดียวก็ได้ พัดนั้นใช้ในเวลา 1. ให้ศีล 2. ขัดตำนาน 3. อนุโมทนา 4. ชักผ้าบังสุกุล